วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

แก้โรคซึมเศร้าแบบไม่เสียสตางค์

ไม่นานมานี้มีผลสำรวจจากกรมสุขภาพจิตว่าคนไทยในปัจจุบันมีอาการโรคซึม เศร้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  วันนี้ผมจึงมีเรื่องของผู้ที่มาปรึกษาท่านหนึ่งซึ่งเคยเป็นโรคซึมเศร้า  แต่หายได้ด้วยการคิดเชิงบวกนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง
ท่านผู้นี้เคยเผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตมาหลายครั้ง  จนเขารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง  เริ่มเก็บตัวเงียบๆ  ไม่ยุ่งกับใคร  มีความรู้สึกหลัวสังคม  เริ่มโทษตัวเองต่างๆนานา  และในที่สุดก็มองตัวเองเป็นคนไร้ค่า  คิดจะทำร้ายตัวเอง  เมื่อครอบครัวถามว่าเป็นอะไร  เขาก็บอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า  พอถามว่ารู้สึกอย่างไร  เขาว่าเคยอ่านเจอในหนังสือซึ่งเขียนถึงอาการเขาทั้งหมด
จนกระทั่งวันหนึ่งมีเพื่อมาเยี่ยมที่บ้าน  แต่เขาไม่ยอมลงไปพบให้ภรรยาบอกเพื่อนว่าไม่สบาย  ด้วยความเป็นห่วง  เพื่อคนนี้ตัดสินใจขึ้นไปเยี่ยมเขาถึงห้องนอน  สภาพในห้องทั้งสกปรกทั้งมืด  แถมยังปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้สกปรกอีกด้วย  เข้าเปลี่ยนไปจนเพื่อนแทบจำไม่ได้  และไม่ยอมคุยกับเพื่อน  จนในที่สุดเพื่อนก็ทนไม่ไหวต้องกลับไป
จนวัยรุ่งขึ้นสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น  ทำให้เขาหายจากอากาศซึมเศร้านั่นคือ  อยู่ๆเพื่อนคนเดิมก็กลับมาหาเขาอีกครั้งและถามว่าเป็นอะไรเข้าตอบว่า  เป็นโรคซึมเศร้า “แจ๋ว”  เพื่ออุทานขึ้น  เดินอ้อมไปด้านหลังเขาแล้วตบหัวเขาอย่างแรงสองที  เขาตกใจมาก  ด้วยความโมโหจึงโวยวายใส่เพื่อนว่า “แกตบฉันทำไมว่ะ!” เพื่อก็ถามตอบว่า “อ้าวไหนแกบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้าไงวะ”  เขาตอบกลับ “ไม่เศร้าแล้ว  แต่จะไล่แตะแกแทน”
หลังจากนั้นเขาก็หายจากอากาศซึมเศร้าทันที  ไม่ใช่เพราะกลัวจะถูกตบ  แต่เหตุการณ์นั้นทำให้เขาได้ตระหนักว่า  จริงๆแล้วในตัวเขานั้นยังมีอารมณ์อื่นๆอีก นอกจากอารมณ์ซึมเศร้าแล้ว  เขายังโกรธได้  เกลียดได้แต่เพราะเขามัวแต่เอาความสนใจทั้งหมดไปจดจ่ออยู่กับอารมณ์เศร้าที่ เกิดขึ้น  ทั้งๆที่ในชีวิตเคยเศร้ามาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง  แถมยังทะลึ่งมารู้ว่าโรคซึมเศร้าเป็นยังไงอีก
เห็นไหมครับว่า  ความคิดของเรานั้นมีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจแค่ไหน  หากท่าเชื่ออยู่เสมอว่าป่วยเป็นโรคโน้นโรคนี้  ท่านก็มักจะป่วยอยู่ตลอดเวลา  เพราะฉะนั้นควรที่จะคิดในเชิงบวกเข้าไว้จิตใจคนเราสำคัญยิ่ง
ขอขอบคุณ : นิตยาสาร HEALTH CUISINE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น