วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553
เชื่อหรือไหม…เปลือกไข่มีประโยชน์
ประโยชน์ที่ส่าไม่ไช่หมายถึงการเอาเปลือกไข่ไปทาสีวาดหน้าตาเป็นตัวตลกเล่น แต่เป็นประโยชน์ที่ร่างกายจะได้พลังงานจากการกินเจ้าเปลือกเข้าไป ด้วยการเอาเปลือกไข่มาล้างให้สะอาดย่างให้ร้อนแล้วตำบดจนแห้งเป็นผง (หรือถ้าใครกว่ามันดำก็เปลี่ยนเป็นอบแทน) จากนั้นก็เอาไปหุงปนข้าว คุณจะได้ข้าวที่เสริมแคลเซียมมาอย่างดี เหมาะสำหรับเด็กคนแก่ และคนที่ทำงานอย่างหนักทุกคน
เรื่องขององุ่นแดง
องุ่นแดงมีสีตั้งแต่แดงเรื่อๆ จนแดงเข็มเหมือนกับดำ เช่นองุ่นพันธุ์ black pearl เป็นต้น สีแดงนั้นเป็นเม็ดสีและมีอยู่ที่ผิวองุ่นพันธุ์เท่านั้น และผิวองุ่นมีน้ำหนักเฉลี่ยเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล หากคั้นน้ำองุ่นแดงจะได้น้ำที่ปราศจากสีเจือปนสีแดงขององุ่นเป็นสารสีแอนโธ ชัยนิน ซึ่งเป็นกลุ่มสารฟินอลที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและซะลอความแก่เป็นต้น องุ่นแดงที่ใช้ทำไวน์จะมีสารดังกล่าวอยู่ 1.0 ถึง 2.8 มิลิกรัมต่อกรัมขององุ่น ซึ่งสูงกว่าองุ่นแดงที่รับประทานสดที่มีอยู่เพียง 0.07 ถึง 0.15 มิลิกรัมต่อกรัมขององุ่นสดเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้ได้รับสารที่มีประโยชน์อย่างเต็มที่ครั้งต่อไปควรรับประทาน องุ่นสีแดงเข้มและควรเคี้ยวเปลือกองุ่นให้แหลกเพื่อปลดปล่อยสารแอนโธชัยนินอ อกมาให้มากที่สุด
โครงการเผลแพร่ความรู้และผลงานวิชาการผ่านสื่อหนังสือพิมพ์
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
โครงการเผลแพร่ความรู้และผลงานวิชาการผ่านสื่อหนังสือพิมพ์
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553
รอบรู้เรื่องมีด
มีด’ ของใช้ มีคม ที่มักประจำการอยู่ตามห้องครัว มีให้เลือกใช้หลากหลายประเภท มีแบบไหนใช้งานอย่างไรให้ถูกวิธี วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีมาบอก…
- มีด มีทั้งที่ทำจากเหล็กสแตนเลสและทองเหลือง ควรเลือกมีดที่ทำจากเหล็กเนื้อดีไม่เป็นสนิมด้ามทำจากเนื้อเหล็กอย่างดีติด แน่นกับตัวมีด
- มีดอีโต้ ใช้ในการสับเนื้อสัตว์ต่าง ๆ
- มีดปลายแหลมมีหลายแบบ ไว้ใช้หั่นผัก ใช้ปอกผลไม้ และมีดปลายแหลมเล็กๆโค้งๆ ไว้สำหรับแกะสลักผลไม้และผักต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม
- มีดต่างๆ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะหมดความคมต้องทำการลับด้วยหินลับมีดซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหนา
- วิธีลับ คือ ให้วางหินลับมีดชนิดก้อนสี่เหลี่ยมหนาไว้หินบนผ้าเพื่อไม่ให้หินเลื่อน วางปลายมีดบนหินมือขวาจับด้ามมีดมือซ้ายกดให้คมถูออกไปตามหินกดให้น้ำหนัก เบาและเสมอกันสุดปลายมีดทำอย่างนี้ด้านละ 3-4 ครั้ง
- การใช้มีดให้คมนาน คือ อย่าใช้มีดหั่นของที่ร้อนจัดบ่อย ๆ เพราะจะทำให้มีดหมดความคมได้ง่ายเมื่อใช้เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดเช็ดให้ แห้งแล้วจึงเก็บเข้าที่
เพียงเท่านี้ ก็จะมีมีดคม ๆ ไว้ใช้ได้อีกนาน.
ที่มา เดลินิวส์
- มีด มีทั้งที่ทำจากเหล็กสแตนเลสและทองเหลือง ควรเลือกมีดที่ทำจากเหล็กเนื้อดีไม่เป็นสนิมด้ามทำจากเนื้อเหล็กอย่างดีติด แน่นกับตัวมีด
- มีดอีโต้ ใช้ในการสับเนื้อสัตว์ต่าง ๆ
- มีดปลายแหลมมีหลายแบบ ไว้ใช้หั่นผัก ใช้ปอกผลไม้ และมีดปลายแหลมเล็กๆโค้งๆ ไว้สำหรับแกะสลักผลไม้และผักต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม
- มีดต่างๆ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะหมดความคมต้องทำการลับด้วยหินลับมีดซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหนา
- วิธีลับ คือ ให้วางหินลับมีดชนิดก้อนสี่เหลี่ยมหนาไว้หินบนผ้าเพื่อไม่ให้หินเลื่อน วางปลายมีดบนหินมือขวาจับด้ามมีดมือซ้ายกดให้คมถูออกไปตามหินกดให้น้ำหนัก เบาและเสมอกันสุดปลายมีดทำอย่างนี้ด้านละ 3-4 ครั้ง
- การใช้มีดให้คมนาน คือ อย่าใช้มีดหั่นของที่ร้อนจัดบ่อย ๆ เพราะจะทำให้มีดหมดความคมได้ง่ายเมื่อใช้เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดเช็ดให้ แห้งแล้วจึงเก็บเข้าที่
เพียงเท่านี้ ก็จะมีมีดคม ๆ ไว้ใช้ได้อีกนาน.
ที่มา เดลินิวส์
สมุนไพรแก้คัน
หมอเขาแนะนำว่าไม่ควรเกาเวลาที่เกิดอาการคัน เพราะยิ่งเกาก็ยิ่งกระจายทำให้เกิดอาการคันมากขึ้น ทางที่ดีควรหายาแก้คันมาทาจะดีกว่าโดยอยู่ใกล้ตัวเรามีดังต่อไปนี้
ใบกระเพรา
กะเพราไม่ได้เกิดมาเพื่อเด้งดึ่งอยู่ในกระทะคู้กับ หมู น้ำปลา จนกลายเป็นผัดกระเพราเพียงอย่างเดียว เวลาเกิดอาการคัน ถ้าเราเอาใบกระเพราสดมาขยี้แรงๆ จนละเอียดตรงบริเวณที่คันก็จะหายไป แถมยังไม่มีตุ่มคันบวมหรือหนองขึ้นด้วย
พลู
วิธีใช้ใบพลูแก้คันทำไม่ยาก แค่เอาพลู 3-4 ใบไปตำจนได้น้ำออกมา เติมเหล้าขาวลงไปนิดหน่อย จากนั้นก็กรองเอาแต่น้ำแล้วยกขึ้นชด เอ๊ย! เอาไปทาแผล ไม่นานอาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่ดีต่อผิวหนังอยู่แล้ว สาวๆ โบราณเข้าถึงได้เอามาทาผิวให้สวยเนียนจนท่านเจ้าคุณอยากสัมผัสยังไงล่ะ และเวลาที่เกิดอาการคันถ้าเอาขมิ้นชันสดๆมาล้าง ตำให้ละเอียดแล้วเอามาทาที่แผลก้จะช่วยให้หายคันได้อีกด้วย
ไพล
คนไทยเราไม่นึกถึงไพลเฉพาะเวลาที่ถูกเฆี่ยน เวลาคันๆไพลก็มีประโยชน์เหมือนกัน วิธีใช้ก็คล้ายๆขมิ้นคือต้องเอาเหง้าไพลไปตำหรือบดละเอียดผสมกับน้ำ จะช่วยให้ผิวที่คันคะเยอปวดแสบปวดร้อยหายได้
ขอขอบคุณ
ที่มา นิตยาสาร Spicy
ใบกระเพรา
กะเพราไม่ได้เกิดมาเพื่อเด้งดึ่งอยู่ในกระทะคู้กับ หมู น้ำปลา จนกลายเป็นผัดกระเพราเพียงอย่างเดียว เวลาเกิดอาการคัน ถ้าเราเอาใบกระเพราสดมาขยี้แรงๆ จนละเอียดตรงบริเวณที่คันก็จะหายไป แถมยังไม่มีตุ่มคันบวมหรือหนองขึ้นด้วย
พลู
วิธีใช้ใบพลูแก้คันทำไม่ยาก แค่เอาพลู 3-4 ใบไปตำจนได้น้ำออกมา เติมเหล้าขาวลงไปนิดหน่อย จากนั้นก็กรองเอาแต่น้ำแล้วยกขึ้นชด เอ๊ย! เอาไปทาแผล ไม่นานอาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่ดีต่อผิวหนังอยู่แล้ว สาวๆ โบราณเข้าถึงได้เอามาทาผิวให้สวยเนียนจนท่านเจ้าคุณอยากสัมผัสยังไงล่ะ และเวลาที่เกิดอาการคันถ้าเอาขมิ้นชันสดๆมาล้าง ตำให้ละเอียดแล้วเอามาทาที่แผลก้จะช่วยให้หายคันได้อีกด้วย
ไพล
คนไทยเราไม่นึกถึงไพลเฉพาะเวลาที่ถูกเฆี่ยน เวลาคันๆไพลก็มีประโยชน์เหมือนกัน วิธีใช้ก็คล้ายๆขมิ้นคือต้องเอาเหง้าไพลไปตำหรือบดละเอียดผสมกับน้ำ จะช่วยให้ผิวที่คันคะเยอปวดแสบปวดร้อยหายได้
ขอขอบคุณ
ที่มา นิตยาสาร Spicy
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553
7 ข้อของการมีหุ่นที่ดี
อยากมีหุ่นดี ๆ ได้ไม่อยาก ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนให้เสียสุขภาพ
1. ลองเขียนเหตุผลบนกระดาษ มาสัก 3 ข้อซิ ว่าทำไม คุณถึงต้องการจะลดน้ำหนัก
หากว่าการลดน้ำหนัก มันสำคัญสำหรับคุณมาก คุณก็จะสามารถเขียนมันออกมาได้ ถ้าคุณยังยังไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม แสดงว่ามันยังไม่สำคัญกับคุณมากพอ คุณก็แค่จะลดไปงั้นแหละ ก็เผื่อว่าชั้นจะผอม ขอให้เขียนแบบจริงๆจังๆ และบอกถึงเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่เอาแบบ “ข้อที่หนึ่ง ชั้นไม่อยากตัวอ้วนเป็นหมูแบบนี้” นี่เป็นการบอกสิ่งที่คุณไม่ต้องการ ลองเอาแบบ “ข้อที่หนี่ง ชั้นอยากมีหุ่นเลิศ เฉิดฉายในชุดสีดำ ตอนวันคริสมาสในปีนี้” อย่างงี้
2. เชื่อมั่นในตนเอง เชื่อในสิ่งที่คุณจะทำ
บ่อยแค่ไหนที่มัวแตชม คนอื่นที่เค้าลดน้ำหนักแล้วสำเร็จ มัวแต่ไปชื่นชมคนอื่น หรือความสำเร็จ ของเขา ให้คิดทันทีว่า “ชั้นอยากจะทำอย่างนั้นได้บ้างจัง เมื่อเค้าทำได้ชั้นก็ต้องทำได้สิ” เราก็คนอ่ะนะ ก็ต้องคิดแบบนี้กันมั่ง อย่ามัวแต่ไปอิจฉาคนอื่น มัวจำกัดความสามารถของตัวเองล่ะ รู้มั้ยว่า เรื่องง่ายๆแบบนี้ใครๆก็ทำได้ คุณก็ทำได้ ถ้ามีความตั้งใจและมีเป้าหมายที่แน่นอน
3. สังเกตตัวเอง ดูซิว่าอะไรที่ทำให้คุณกินแบบหยุดไม่อยู่
ถ้าเป็นสถานที่ เวลา อารมณ์ หรือคนที่อยู่ด้วยแล้วล่ะก็ ดูสิว่า มันเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน ในวันหยุด ตอนกลางคืน ตอนอยู่กับใครหรืออยู่เหงาอยู่คนเดียว คิดแล้วก็ถามตัวเอง เพราะคำตอบก็อยู่ในคำถามนั่นแหล่ะ พอพบคำตอบแล้วก็อย่าลืมพยายามหลีกเลี่ยงมันซะ ก็พยายามยับยั้งชั่งใจ อย่าปล่อยปากไปกับสถานะการ พอถึงเวลาที่จะต้องอยู่ในสถานะการเหล่านั้น ให้ท่องเหตุผล 3 ข้อ (ที่ให้คุณเขียนไปแล้วตั้งแต่ข้อที่ 1) มาดังๆในใจ อาจจะช่วยลดอาการตามใจปากของคุณได้
4. ค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
คุณมีเวลาเกือบปีในการลดน้ำหนัก อย่าคิดว่า “โอ้ยเหลือเวลาตั้งมาก” แบบนี้ไม่เอา ถ้าให้คุณเลือกลดน้ำหนักภายใน 3 เดือนโดยการอดอาหารแบบทรมาณมากจนในที่สุดก็ต้องล้มเลิก หรือค่อยๆลดค่อยๆเป็นไปเอาสัก ให้ลดลงเดือนละ 1กิโล โดยการค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร แบบจริงๆจังๆ อันนี้จะทำให้เห็นผลดีที่สุด…ขอบอก ค่อยๆเปลี่ยนของในตู้เย็นเป็นของแบบ low fat แล้วผักผลไม้เข้าไปเยอะๆ ด้วย พวกขนมจุกจิกเนี่ยะ โละออกให้หมด หาอาหารเพื่อสุขภาพเข้ามาเพิ่มทุกๆ วัน จำไว้ว่า เรากินอะไรไปก็ได้อย่างนั้นแหละ
5. ลดปริมาณอาหารลง
คุณต้องพยายามควบคุมปริมาณอาหารที่กินให้ได้นั่นเอง จริงๆแล้ว ที่น้ำหนักคุณมากอย่างเงี้ย ก็เพราะกินมากนั่นแหล่ะ อย่างบางที คิดว่ากินสลัดไม่อ้วนหรอก แต่ก็กินซะจานมโหระทึกเลย จะลดลงได้งั้ย เวลารับประทานขอให้ดูที่ปริมาณด้วย ลดมันลงมั่ง ลองใช้จานที่เล็กลงหน่อย ชั่งน้ำหนักอาหารก่อนกินถ้าทำได้ จะได้รู้น้ำหนักที่อาหารที่เรากินเป็นประจำ และรู้ว่าเรากินไปขนาดไหนแล้ว
6. กินน้ำอย่างน้อย 1 ลิตรต่อวัน
น้ำไม่ได้ทำให้คุณอิ่มหรอกนะ แต่มันช่วยให้ตับไตคุณทำงานดีขึ้นต่างหาก แล้วยังบำรุงผิวอีก การเสียน้ำทำให้คุณไม่สดชื่น การเผาผลาญแคลอรี่ต่ำลง สมาธิกับความจำ ก็จะสั้นลงด้วย เอ้า..ลุกไปกินน้ำซะหน่อย
7. ทานมื้อเช้าทุกวัน
การอดข้าวเช้า ร่างกายจะส่งสัญญาณว่า คุณรู้สึกหิวแทบบ้า เพราะไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายชั่วโมงแล้ว เมื่อรับประทานมื้อกลางวัน ก็จะทำให้คุณรับประทานเข้าไปมากเกินมื้อปกติ การอดอาหารมื้อเช้า จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายเราจะทำงานช้าลงด้วย ทำให้เป็นคนอ้วนง่าย
1. ลองเขียนเหตุผลบนกระดาษ มาสัก 3 ข้อซิ ว่าทำไม คุณถึงต้องการจะลดน้ำหนัก
หากว่าการลดน้ำหนัก มันสำคัญสำหรับคุณมาก คุณก็จะสามารถเขียนมันออกมาได้ ถ้าคุณยังยังไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม แสดงว่ามันยังไม่สำคัญกับคุณมากพอ คุณก็แค่จะลดไปงั้นแหละ ก็เผื่อว่าชั้นจะผอม ขอให้เขียนแบบจริงๆจังๆ และบอกถึงเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่เอาแบบ “ข้อที่หนึ่ง ชั้นไม่อยากตัวอ้วนเป็นหมูแบบนี้” นี่เป็นการบอกสิ่งที่คุณไม่ต้องการ ลองเอาแบบ “ข้อที่หนี่ง ชั้นอยากมีหุ่นเลิศ เฉิดฉายในชุดสีดำ ตอนวันคริสมาสในปีนี้” อย่างงี้
2. เชื่อมั่นในตนเอง เชื่อในสิ่งที่คุณจะทำ
บ่อยแค่ไหนที่มัวแตชม คนอื่นที่เค้าลดน้ำหนักแล้วสำเร็จ มัวแต่ไปชื่นชมคนอื่น หรือความสำเร็จ ของเขา ให้คิดทันทีว่า “ชั้นอยากจะทำอย่างนั้นได้บ้างจัง เมื่อเค้าทำได้ชั้นก็ต้องทำได้สิ” เราก็คนอ่ะนะ ก็ต้องคิดแบบนี้กันมั่ง อย่ามัวแต่ไปอิจฉาคนอื่น มัวจำกัดความสามารถของตัวเองล่ะ รู้มั้ยว่า เรื่องง่ายๆแบบนี้ใครๆก็ทำได้ คุณก็ทำได้ ถ้ามีความตั้งใจและมีเป้าหมายที่แน่นอน
3. สังเกตตัวเอง ดูซิว่าอะไรที่ทำให้คุณกินแบบหยุดไม่อยู่
ถ้าเป็นสถานที่ เวลา อารมณ์ หรือคนที่อยู่ด้วยแล้วล่ะก็ ดูสิว่า มันเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน ในวันหยุด ตอนกลางคืน ตอนอยู่กับใครหรืออยู่เหงาอยู่คนเดียว คิดแล้วก็ถามตัวเอง เพราะคำตอบก็อยู่ในคำถามนั่นแหล่ะ พอพบคำตอบแล้วก็อย่าลืมพยายามหลีกเลี่ยงมันซะ ก็พยายามยับยั้งชั่งใจ อย่าปล่อยปากไปกับสถานะการ พอถึงเวลาที่จะต้องอยู่ในสถานะการเหล่านั้น ให้ท่องเหตุผล 3 ข้อ (ที่ให้คุณเขียนไปแล้วตั้งแต่ข้อที่ 1) มาดังๆในใจ อาจจะช่วยลดอาการตามใจปากของคุณได้
4. ค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
คุณมีเวลาเกือบปีในการลดน้ำหนัก อย่าคิดว่า “โอ้ยเหลือเวลาตั้งมาก” แบบนี้ไม่เอา ถ้าให้คุณเลือกลดน้ำหนักภายใน 3 เดือนโดยการอดอาหารแบบทรมาณมากจนในที่สุดก็ต้องล้มเลิก หรือค่อยๆลดค่อยๆเป็นไปเอาสัก ให้ลดลงเดือนละ 1กิโล โดยการค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร แบบจริงๆจังๆ อันนี้จะทำให้เห็นผลดีที่สุด…ขอบอก ค่อยๆเปลี่ยนของในตู้เย็นเป็นของแบบ low fat แล้วผักผลไม้เข้าไปเยอะๆ ด้วย พวกขนมจุกจิกเนี่ยะ โละออกให้หมด หาอาหารเพื่อสุขภาพเข้ามาเพิ่มทุกๆ วัน จำไว้ว่า เรากินอะไรไปก็ได้อย่างนั้นแหละ
5. ลดปริมาณอาหารลง
คุณต้องพยายามควบคุมปริมาณอาหารที่กินให้ได้นั่นเอง จริงๆแล้ว ที่น้ำหนักคุณมากอย่างเงี้ย ก็เพราะกินมากนั่นแหล่ะ อย่างบางที คิดว่ากินสลัดไม่อ้วนหรอก แต่ก็กินซะจานมโหระทึกเลย จะลดลงได้งั้ย เวลารับประทานขอให้ดูที่ปริมาณด้วย ลดมันลงมั่ง ลองใช้จานที่เล็กลงหน่อย ชั่งน้ำหนักอาหารก่อนกินถ้าทำได้ จะได้รู้น้ำหนักที่อาหารที่เรากินเป็นประจำ และรู้ว่าเรากินไปขนาดไหนแล้ว
6. กินน้ำอย่างน้อย 1 ลิตรต่อวัน
น้ำไม่ได้ทำให้คุณอิ่มหรอกนะ แต่มันช่วยให้ตับไตคุณทำงานดีขึ้นต่างหาก แล้วยังบำรุงผิวอีก การเสียน้ำทำให้คุณไม่สดชื่น การเผาผลาญแคลอรี่ต่ำลง สมาธิกับความจำ ก็จะสั้นลงด้วย เอ้า..ลุกไปกินน้ำซะหน่อย
7. ทานมื้อเช้าทุกวัน
การอดข้าวเช้า ร่างกายจะส่งสัญญาณว่า คุณรู้สึกหิวแทบบ้า เพราะไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายชั่วโมงแล้ว เมื่อรับประทานมื้อกลางวัน ก็จะทำให้คุณรับประทานเข้าไปมากเกินมื้อปกติ การอดอาหารมื้อเช้า จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายเราจะทำงานช้าลงด้วย ทำให้เป็นคนอ้วนง่าย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


